เค้าเรียกว่า Wi-Fi Hotspot หรือ Wi-Fi Hotsport?
ไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านอาหาร Fuji แล้วลอง Scan หา WIFI พบ SSID ดังรูปครับ ไม่รู้ว่า Fuji มีร้านกีฬาร้อนด้วยหรือเนี่ย???
3 comments May 11th, 2010
ไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านอาหาร Fuji แล้วลอง Scan หา WIFI พบ SSID ดังรูปครับ ไม่รู้ว่า Fuji มีร้านกีฬาร้อนด้วยหรือเนี่ย???
3 comments May 11th, 2010
ดูจากชื่อเรื่องแล้ว ดูน่าติดตามใช่ไหมครับ
อย่างที่พวกเราคงรู้จัก World Wide Web หรือ WWW เป็นอย่างดีว่าเป็นการเครือข่ายหรือระบบการเชื่อมโยงของเอกสาร hypertext ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้าเราลองวาดรูปดูว่าเอกสาร hypertext หน้านี้มีการเชื่อมโยงไปเอกสาร hypertext หน้าไหนบ้าง เราก็สามารถเป็นรูปเครือข่ายการเชื่อมโยงของเอกสารได้นั่นเอง
ทีนี้เราลองมาดูรูปเครือข่ายการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเพศของนักเรียนมัธยมปลายในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผลงานวิจัยโดยทีมวิจัยของคุณ Peter S. Bearman ในชื่อเรื่อง “Chains of Affection: The Structure of Adolescent Romantic and Sexual Networks” ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Sociology เล่มที่ 110 ฉบับที่ 1 หน้า 44-91 ในปี 2004 ซึ่งในรูปจะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มของนักเรียนมัธยมปลายที่ทีมวิจัยของคุณ Peter ได้ทำการศึกษาวิจัยได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับใครและมีการเชื่อมโยงต่อไปหาใครบ้าง
โดยนักเรียนผู้ชายจะถูกแสดงด้วยจุดหรือวงกลมสีแดงในรูป และนักเรียนผู้หญิงจะถูกด้วยจุดหรือวงกลมสีน้ำเงิน ส่วนเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างจุดคือความสัมพันธ์ทางเพศที่เกิดขึ้นครับ ดูจากรูปคงไม่ต้องอธิบายว่านี่คือรูปเครือข่ายใยแมงมุมของความสัมพันธ์ทางเพศ (World Wide Web of Sex) นั่นเอง
ปล 1. ผมหาเส้นเชื่อมเส้นเขื่อมต่อระหว่างจุดสีน้ำเงินกับสีน้ำเงิน หรือระหว่างสีแดงกับสีแดง ไม่เจอครับ 555+
ปล 2. ไม่รู้ว่ารูป World Wide Web of Sex ของนักเรียนมัธยมปลายในประเทศไทยเป็นยังไงเหมือนกัน ไม่รู้มีทีมวิจัยไหนวาดไว้บ้างหรือเปล่าเนี่ย …..
6 comments October 15th, 2008
เห็นมีหลายคนเขียนมาว่าอยากให้ผมเขียนเรื่องต่อไปสักที ที่ผ่านๆมาไม่มีเรื่องอะไรผ่านเข้ามาเป็นพิเศษก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไรดี แต่ไม่กี่วันมานี้มีความรู้สึกนึงว่า ตอนเช้าตื่นขึ้นมารู้สึกว่าตัวเรายังมีลมหายใจอยู่ ยังเดินได้ กินได้ ทำงานได้ ทำให้มีความรู้สึกว่ามีความสุขดีมากครับ ปัญหาหรือเรื่องเครียดเรื่องอื่นๆที่มีอยู่ ณ. ตอนนั้น มันเป็นเรื่องขึ้ผงไปเลยครับ ก็เลยเขียนมาเล่าให้อ่านกันครับ
8 comments October 14th, 2007
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนผมได้รับเชิญให้เป็น Guest Speaker ของ Toastmaster club ที่บริษัทฯ ผมเห็นว่าเรื่องที่พูดน่าสนใจและเป็นประโยชน์มาก เลยขอ Note ที่ได้เตรียมไว้มาเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านกันครับ เรื่องที่พูดเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคำว่า “Gambaru” ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Do your best” เป็นคำที่คนญี่ปุ่นมักจะพูดบ่อยๆในชีวิตประจำวันทั่วไปในสังคมประเทศของเขา แต่ในสถานการณ์ที่คล้ายๆกันนั้น คนไทยเรามักจะใช้คำว่า “โชคดี” แทน ผมคิดว่ามันมีประโยชน์มากๆถ้าเราในฐานะคนไทยที่จะลองมาคิดในประเด็นนี้ดูให้ดี และนำมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งประเทศไทยและตัวเราเองต่อไปครับ —– Note นี้ค่อนข้างยาวนิดนึง ให้คลิกที่ “read on” ด้านล่างขวามือหรือที่ชื่อเรื่องก็ได้เพื่ออ่านต่อ…..อยากให้ทุกคนมาเริ่มต้นการ “Do your best” ด้วยการอ่าน Note นี้ให้จบครับ
“Gambaru”
The Japanese people believe that one should make the sincerest effort as possible, and the outcome of that effort is secondary. For Japanese, the effort can be evaluated and admired on its own merit.
The word “Gambaru” is frequently used by Japanese to express the spirit of effort to each other. I believe that this word or similar word/phase is used in Japan more than any other country in the world. Next, I will give some examples how Japanese use this word in their daily life and daily conversion.
(1) On a school examination day, almost 100% of Japanese will say to their friends “Gambatte” or “Do your best”. If I try to think about the same situation in Thailand, probably half of Thai will say “Good luck” rather than “Do your best”. I found that it’s more natural & relaxing for Thai to say “Good luck” rather than to say a serious phase like “Do your best”.
17 comments June 11th, 2007
วันนี้ได้โอกาสเขียนเรื่องที่ 4 ลงใน Blog สักที บางคนอาจสงสัยว่าแล้วเรื่องที่ 2 กับ 3 หายไปไหน? … อิอิ ก็เพราะว่ายังเขียนไม่เสร็จไงครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แฟนผมไปประสบพบมา เห็นว่าสนุกดีเลยนำมาเล่าให้อ่านกันครับ คือว่ารถยนต์ที่แฟนผมใช้งานอยู่นั้นมี Bluetooth ติดตั้งในรถยนต์ด้วย ซึ่งเมื่อนำโทรศัพท์มือถือที่มี Bluetooth เข้าไปในรถยนต์ก็จะมีการเชื่อมต่อกับ Bluetooth ในรถโดยอัตโนมัติ ทำให้ในขณะที่ขับรถ สามารถรับสายโทรศัพท์เรียกเข้าและสนทนาผ่านทางไมโครโฟนและลำโพงของรถยนต์ โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆเลย
ทีนี้เรื่องก็มีอยู่ว่าแฟนผมก็ได้ใช้งานแบบที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว แต่อยู่มาวันหนึ่งมันเกิดใช้งานไม่ได้ขึ้นมาซะงั้น พยายามติดตั้งใหม่อีกกี่รอบก็ไม่ได้สักที เลยเอารถไปเข้าศูนย์ และอธิบายอาการให้พนักงานที่มารับรถฟังว่า “Bluetooth มันใช้งานไม่ได้” ทางพนักงานก็ตอบกลับมาว่าจะให้ช่างมาดูให้และให้รอรับรถได้เลย … อืม… บริการดีจริงๆแฮะ
เมื่อเวลาได้ผ่านไปประมาณ 15-20 นาที ก็มีช่างเครื่องคนนึงแบบว่ามือดำๆเลอะๆ (อันนี้เลยเดาได้ว่าน่าจะเป็นช่างเครื่องจริงๆ) เดินมาพร้อมกับ Catalog ในมือ แล้วบอกกับแฟนผมว่า
คุณไม่มีอุปกรณ์ Handfree ที่เป็นสายเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ กรุณาดู Catalog เพื่อเลือกซื้อแบบที่สามารถใช้งานได้กับมือถือของคุณ
…
อึ้งไปเลยใช่เปล่า???
…
ปล. เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแทนที่ Bluetooth นี้ จึงได้ถูกขนานนามว่า Blackhand ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
14 comments May 3rd, 2007
พอดีช่วงนี้รู้สึกว่าอยากมี Blog เป็นของตัวเอง และในที่สุดก็มีจนได้
ต้องขอขอบคุณ Gundam ที่ช่วยติดตั้ง WordPress ให้ มา ณ. ที่นี้ด้วยครับ
ตอนนี้ก็มีเรื่องหลายเรื่องที่พบเห็นหรือประสบมาช่วงนี้ จะทยอยมาเขียนเล่าให้อ่านให้ฟังกันครับ เอาเรื่องแรกตามที่ได้ตั้งชื่อเรื่องเลยละกัน คือเมื่อหลายวันที่แล้วไปที่ธนาคารแห่งนึง แล้วสะดุดกับป้ายโฆษณาที่อยู่ในธนาคาร ซึ่งเป็นการโฆษณาว่าจะแจกผลิตภัณฑ์ (ถ้าเราไปกู้เงินกับเขามั้ง) ที่มีความฉลาดหลายอย่าง คิดว่าบางคนได้เคยเห็นในโฆษณาทางทีวีเช่นกัน เช่น เครื่องดูดฝุ่นอัจริยะ ไฟที่เปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเดินผ่าน ถังขยะที่เปิดปิดอัตโนมัติเมื่อยื่นมือเข้าไปใกล้ๆ
แต่ที่ผมเห็นที่ธนาคารคือเครื่องที่ยื่นมือไปใกล้ๆแล้วจะมีสบู่ออกมา โดยเราไม่ต้องไปสัมผัสกับเครื่องเลย ที่มาสะดุดเพราะเหลือบไปเห็นคำว่า Censor ที่อยู่ในป้ายโฆษณา แล้วก็เริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติอยู่นะ??? แบบว่าเลยคิดแบบเรื่อยเปื่อยต่อไปว่า เครื่องนี้สามารถรู้ได้ว่ามือเราไปทำอะไรไม่ดีมาด้วยหรือเปล่าถึงได้มี Censor ด้วย … สามารถกรองสิ่งลามกจากมือเราได้ด้วยหรือเนี่ย … 555 … ว่าแล้วก็รีบหยิบกล้องมือถือมาถ่ายเก็บเป็นหลักฐานไว้ในทันที ตอนถ่ายรูปอยู่ก็เขิลๆอยู่เหมือนกันเพราะว่าอยากได้รูปที่ชัดที่สุดก็เลยต้องถ่ายรูปอยู่นานนนน …
เรื่องนี้ทำให้คิดต่อไปว่าเค้าเขียนคำโฆษณาโดยไม่ได้ตรวจกันเลยหรือไงเนี่ย เฮ้อ … ธนาคารนี้ก็มีสาขามากมาย … โชคดีถ้าฝรั่งมาอ่านก็คงไม่รู้เรื่องเพราะในข้อความมีภาษาไทยอยู่มาก …. แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ น่าจะทำงานให้ Professional กว่านี้นะ
สำหรับใครพบเห็นเรื่องคล้ายๆแบบนี้ เอามาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ มีรูปเป็นหลักฐานด้วยจะดีมาก
สุดท้ายนี้ผมก็อยากให้พวกเราทุกคนพยายามใช้ภาษาอังกฤษให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆนะครับ
17 comments April 17th, 2007